Make your own free website on Tripod.com

บทที่ ๕

สรุปหลักวิธี

“มาตรการบังคับทางปกครอง”

 

จากหลักการของกฎหมาย การที่จะให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์นั้น อยู่ที่การบังคับ หากมีการบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ดังนั้นการบังคับตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ใช้กฎหมายนั้นโดยตรง

กฎหมายอาญา มีวัตถุประสงค์แห่งการบังคับเพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่มหาชนให้เกิดความสงบสุข หน่วยงานที่มีภาระหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอาญาอย่างมี ประสิทธิภาพได้แก่ ตำรวจ อัยการ ศาลและราชทัณฑ์

กฎหมายแพ่งพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์แห่งการบังคับเพื่อสร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรมแก่ปัจเจกบุคคลในสังคมมิให้เอารัดเอาเปรียบ หน่วยงานมีหน้าที่บังคับกฎหมายแพ่งพาณิชย์ให้มีประสิทธิภาพได้แก่ ทนายความ ศาลยุติธรรมและกระบวนการบังคับคดี

                        ส่วนกฎหมายปกครอง มีวัตถุประสงค์เป็นการสร้างความเป็นธรรมให้กับมหาชนโดยรวมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในหลักการของกฎหมายมหาชนต้องมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจรัฐหรือหน่วยงานของรัฐไว้อย่างชัดแจ้ง จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงานที่จะบังคับใช้กฎหมายปกครองด้วยการออก “คำสั่งทางปกครอง” และหากไม่มีการปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง ก็ต้องใช้ “มาตรการบังคับทางปกครอง” (Enforcement of an Administrative) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ

                        ในระบบสากล รัฐ ถือเป็นหนึ่งเดียว มีอำนาจอธิปไตยที่ได้จากปวงชนผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ทำให้รัฐ ซึ่งเป็นนามสมมุติมีอำนาจการปกครองเหนือประชาชนพลเมือง การใช้อำนาจและการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐจึงต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายตามหลัก “นิติรัฐ”  ยุคสมัยโรมันมีความเจริญรุ่งเรืองทางด้านกฎหมายทั้งภาคเอกชนและภาคมหาชน ต่อมาประเทศทางภาคพื้นยุโรปล้วนมีแนวคิดทฤษฎีมาจากหลักกฎหมายของโรมันดังกล่าว ซึ่งประเทศที่มีความเจริญด้านกฎหมายมหาชนหรือกฎหมายปกครองมากที่สุดคือประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมันซึ่งมีหลักในทางปกครองมากว่าสองร้อยปี

                        ประเทศไทยได้นำหลักกฎหมายปกครองมาบังคับใช้ตามระบบสากล เพื่อให้รัฐได้ปฏิบัติตามหลัก “นิติรัฐ” มีการนำหลักแนวคิดกฎหมายปกครองมาจากประเทศฝรั่งเศสและประเทศเยอรมัน มีการจัดตั้งศาลปกครอง วิธีพิจารณาคดีปกครองและการบังคับคดีปกครอง ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายตุลาการ แต่ในระบบการปกครองอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศเป็นของฝ่ายบริหาร จึงมีการวางหลักเกณฑ์การใช้อำนาจของฝ่ายบริหารหรือฝ่ายปกครองไว้ตาม พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นกฎหมายกลางให้เป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยงานฝ่ายปกครองได้นำไปปฏิบัติในการออกคำสั่งทางปกครอง

                        คำสั่งทางปกครองให้ชดใช้เงินหรือกระทำการเป็นกรณีที่ต้องใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ยังไม่เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ด้านเนื้อหาและรูปแบบเพราะไม่มีกฎหมายหรือระเบียบรองรับถึงวิธีการดำเนินการอย่างชัดเจนในรายละเอียดโดยตรงของวิธีการปฏิบัติ คงมีบทบัญญัติว่า ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาบังคับโดยอนุโลม เมื่อไม่มีการบัญญัติกฎหมายกฎระเบียบให้ชัดแจ้ง ทำให้การปฏิบัติเกิดความแตกต่าง และบุคลากรซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงไม่มีความเชี่ยวชาญรวมทั้งในปัญหาด้านการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมจากการปฏิบัติที่มีอคติ

การที่ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ได้บัญญัติให้หน่วยงานที่ออกคำสั่งเป็นผู้ปฏิบัติใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ทำให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างไม่มีรูปแบบหรือแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ทิศทางในการทำงานอย่างเดียวกัน ไม่มีการควบคุมและตรวจสอบ ปราศจากหน่วยงานกลางที่จะเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ ทำให้เกิดปัญหาหน่วยงานที่ออกคำสั่งทางปกครองไม่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติกำหนดให้อำนาจไว้โดยเฉพาะชัดเจน ตลอดจนบุคลากรและการใช้ดุลพินิจแห่งการกระทำ ทำให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่มีเหตุขัดข้องในการปฏิบัติ

                การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง เป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน บุคลากรที่ทำหน้าที่ใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ต้องมีความรู้ความสามารถในสาขากฎหมายแพ่งพาณิชย์ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและหลักกฎหมายมหาชน รวมทั้งพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ อย่างชำนาญและเชี่ยวชาญ จึงจะทำให้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองสัมฤทธิ์ผล

ประกอบกับในกระบวนการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง ยังไม่แพร่หลายในหน่วยงานของรัฐ หรือมีการศึกษาให้รู้ถึงกระบวนการดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้มีกรณีการนำข้อพิพาททางปกครอง ไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองทันที ทั้งที่ยังมิได้ดำเนินการในส่วนของวิธีทางปกครองให้เสร็จสิ้นก่อน ทำให้มีคำพิพากษาของศาลปกครองว่า ในการดำเนินการทางปกครอง จะต้องดำเนินการในกระบวนการของฝ่ายทางปกครองให้เสร็จสิ้นกระบวนการก่อน ทำให้เป็นเหตุขัดข้องล่าช้าเสียหายกับราชการที่จะได้รับการชดใช้คืนจากบุคคลผู้ที่ทำความเสียหายให้แก่รัฐ

                                ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าเสียหายแก่ราชการ การมีบทบัญญัติกฎหมายบังคับใช้มาตรการบังคับทางปกครองอย่างชัดเจน ย่อมทำให้คำสั่งทางปกครองสามารถบังคับได้ตามวัตถุประสงค์ของของหน่วยงาน และกระบวนการใช้มาตรการบังคับทางปกครองมีความรวดเร็ว เป็นธรรม

รวมทั้งการจัดให้มีหน่วยงานหรือองค์กรกลางโดยมีบุคลากรที่เชี่ยวชาญมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงก่อให้เกิดมาตรฐานความเป็นธรรม รัฐรับประโยชน์สูงสุดได้รับการชดใช้คืนเงินอย่างรวดเร็ว สามารถควบคุมตรวจสอบประเมินผล คำสั่งทาง        ปกครองและการใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ในหน่วยงานเดียว

 

ข้อเสนอแนะ

 

                ในอนาคตคดีปกครองจะมีเพิ่มขึ้นมากเรื่อยไป เพราะรัฐต้องปฏิบัติตามหลักนิติรัฐ การกระทำสิ่งใดต้องมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้อำนาจไว้ หากนักกฎหมายมหาชนมองไม่เห็นสภาพปัญหาไม่ทำการปรับปรุงแก้ไข กฎหมายระเบียบ ในเรื่องการใช้มาตรการบังคับทางปกครองเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว จะทำให้กระบวนการบังคับทางปกครองไร้ผล

ดังนั้น “คำสั่งทางปกครอง” ที่ต้องใช้ “มาตรการบังคับทางปกครอง” ให้ชดใช้เงินหรือทรัพย์สิน โดยการยึดอายัดทรัพย์สิน หรือคำสั่งที่บังคับให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ การขับไล่รื้อถอน หรือสั่งห้ามมิให้กระทำ หน่วยงานทางปกครองที่ออกคำสั่งบางแห่งไม่มีกฎหมายหรือระเบียบมารองรับให้สามารถปฏิบัติได้ เพราะกรรมวิธี ขั้นตอน ของการดำเนินการบังคับละเอียดอ่อน การที่หน่วยงานแต่ละแห่งเป็นผู้ดำเนินการจะทำให้เกิดมาตรฐานที่แตกต่างและไม่เป็นธรรมตามหลักการใช้ดุลพินิจ ต้องใช้หน่วยงานหรือบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยเฉพาะจึงจะปฏิบัติได้ผลสัมฤทธิ์

การจัดตั้ง   “สำนักมาตรการบังคับทางปกครอง”   เป็นหน่วยงานกลางขึ้นมารับผิดชอบโดยตรงสำหรับการใช้ “มาตรการบังคับทางปกครอง” (Enforcement of an Administrative) ให้กับทุกหน่วยงานแล้ว จะทำให้รัฐและสาธารณะได้ประโยชน์สูงสุด ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

การที่จะให้สำนักมาตรการทางปกครองเป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้ปฏิบัติได้จริง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีความมั่นใจโดยให้มีการดำเนินการ ซึ่งในส่วนของการจัดตั้ง “สำนักมาตรการบังคับทางปกครอง” ให้มีความสำเร็จเกิดประโยชน์สูงสุดมีการดำเนินอย่างรวดเร็ว ไม่มีลักษณะล่าช้า ติดยึดกับกฎระเบียบเช่นราชการทั่วไป เพราะเป็นหน่วยงานที่จะสามารถหารายได้เป็นของตนเองและทำให้รัฐได้ชดใช้คืนอย่างรวดเร็ว

การจัดตั้งเป็นหน่วยงาน รูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit : SDU) ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินจะเป็นมาตรฐานไปสู่ความสำเร็จให้กฎหมายมีผลบังคับในที่สุด โดยให้มีการออกกฎหมายมารองรับถึงวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน รวมทั้งให้มีการจัดตั้ง “สำนักมาตรการบังคับทางปกครอง” (Enforcement of an Administrative Department) เป็นมาตรฐานกลางขึ้นให้กับหน่วยงานต่าง ๆ และศึกษาผลกระทบต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป

 

----------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาคผนวก ก.

 

ร่างกฎกระทรวง

 “มาตรการบังคับทางปกครอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาคผนวก ข.

 

ตัวอย่างแบบพิมพ์

“มาตรการบังคับทางปกครอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ภาคผนวก ค.

 

การจัดตั้ง

 “สำนักมาตรการบังคับทางปกครอง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


บรรณานุกรม

 

หนังสือ

 

กมลชัย รัตนสกาววงศ์. หลักกฎหมายปกครองเยอรมัน. ๒๕๓๔

ชาญชัย แสวงศักดิ์. คำอธิบายกฎหมายจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง.

เอกสารประกอบคำบรรยาย LA๗๔๘ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

๒๕๔๖

รพี แพ่งสภา. ปัญหาการบังคับคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองไทย. วิทยานิพนธ์

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ๒๕๔๓

วรเจตน์ ภาคีรัตน์. “ผลบังคับผูกพันของคำสั่งทางปกครองและการลบล้างคำสั่งทาง

ปกครอง”. เอกสารประกอบคำบรรยาย วิชา น.๕๖๕ การกระทำทางปกครอง

และความรับผิดของฝ่ายปกครอง. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมาย

มหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หน้า ๒

 

กฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.. ๒๕๓๙

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ประวัติผู้เขียน

 

นายสมยศ  เลี้ยงบำรุง  น.บ., น.บ.ท., น.ม.              Mr. Leangbumrung Somyot

เชื้อชาติ  ไทย  สัญชาติ ไทย                                        

ปีเกิด                            ๒๕๐๒

ที่อยู่ปัจจุบัน                / หมู่ ๑๐ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพ ๑๐๑๖๐      

โทรศัพท์                      มือถือ   ๐๘๔ – ๗๐๐๑๖๓๔           Email  yotc๑๒@hotmail.com

=====================================================================

 

วุฒิการศึกษา

 

- นิติศาสตรมหาบัณฑิต (น.ม.) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา ๒๕๔๙

- เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปีการศึกษา ๒๕๒๗

- นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปีการศึกษา ๒๕๒๔

-ประกาศนียบัตร การอบรมหลักสูตร “ประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน รุ่นที่ ๒๓”

ของ คณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับศาลปกครองและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี ๒๕๕๐

-ประกาศนียบัตร การอบรมหลักสูตร “การเขียนบทความทางนิติศาสตร์”

ของสภาวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. ๒๕๔๙

-ประกาศนียบัตร หลักสูตร “นักบริหารกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม”

เรื่อง “มาตรการในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น” ของกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๙

-ประกาศนียบัตร “การประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งที่มีประสบการณ์ รุ่นที่ ๑”

กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.๒๕๓๙

-ประกาศนียบัตร การอบรมหลักสูตร “ศิลปะการบริหารและการบังคับบัญชา รุ่นที่ ๓”

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ.๒๕๓๙

-ประกาศนียบัตร  “การอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับหัวหน้าสำนักงาน”

ของกรมบังคับคดี  กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.๒๕๓๘

-วุฒิบัตรหลักสูตร การฝึกอบรมการใช้เครื่องวิทยุคมนาคม รุ่นที่ ๑

ของกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.๒๕๓๗

-วุฒิบัตรหลักสูตร การใช้วิทยุคมนาคม รุ่นที่ ๑

ของ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๕๓๔ สิงหาคม ๑๙-๒๑

-ประกาศนียบัตร “การฝึกอบรมความรู้พื้นฐานการปฏิบัติหน้าที่ราชการทางไกล รุ่นที่ ๒”

ของสถาบันพัฒนาข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๙

 

ตำแหน่งหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๕๑- ปัจจุบัน รับราชการตำแหน่ง  ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดพัทลุง   และ

                                หัวหน้าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดพัทลุง อีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ. ๒๕๕๐- ๒๕๕๑ รับราชการตำแหน่ง  นิติกร ๘ ว กรมบังคับคดี   ช่วยราชการ   สำนักงานของรองปลัดกระทรวงยุติธรรม    หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านบริหารความยุติธรรม                 (นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ)

พ.ศ. ๒๕๔๙- ๒๕๕๐ ปฏิบัติหน้าที่  อนุญาโตตุลาการ   สำนักงานอนุญาโตตุลาการ  สำนักระงับข้อ            

                            พิพาทศาลยุติธรรม ในคดีข้อพิพาทหมายเลขดำที่ ๖๕/๒๕๔๘   และคดีข้อพิพาท

                            หมายเลขดำที่ ๖๕/๒๕๔๙  

พ.ศ. ๒๕๔๙-๒๕๕๐ รับราชการตำแหน่งนิติกร ๘ หัวหน้ากลุ่มงานอายัดที่ ๒ กองอายัดทรัพย์สิน

กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๔๙          รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๘ ว หัวหน้ากลุ่มงานวางทรัพย์

สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี

              และปฏิบัติหน้าที่ ผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ย ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท อีกตำแหน่งหนึ่ง

พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๔๘            รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๘ ว หัวหน้ากลุ่มงานบังคับคดีล้มละลายที่ ๑

กองบังคับคดีล้มละลาย ๕ กรมบังคับคดี

พ.ศ.๒๕๔๖ รับคำสั่งแต่งตั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงใน

คดีบุคคลสูญหายร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

พ.ศ.๒๕๔๓-๒๕๔๕         รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๗ หัวหน้าฝ่ายอายัดทรัพย์สิน

กองยึดทรัพย์สิน กรมบังคับคดี

พ.ศ.๒๕๔๐-๒๕๔๒         รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๗ หัวหน้าฝ่ายวางทรัพย์

สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี

                              และปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคดีอาญานายประกัน อีกตำแหน่งหนึ่ง พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๔๐               รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๗ หัวหน้าสำนักงานบังคับคดี

สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอ่างทอง กรมบังคับคดี

 


พ.ศ.๒๕๓๖-๒๕๓๘            รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๖ - หัวหน้าสำนักงานบังคับคดี

สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ประจำศาลจังหวัดระนอง

พ.ศ.๒๕๓๓-๒๕๓๖         รับราชการในตำแหน่งนิติกร เจ้าพนักงานบังคับคดี – เจ้าพนักงาน

พิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ประจำศาลจังหวัดกาญจนบุรี

พ.ศ.๒๕๓๒-๒๕๓๓        รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๔ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

กองบังคับคดีล้มละลาย ๓ กรมบังคับคดี

พ.ศ.๒๕๓๐-๒๕๓๒           รับราชการในตำแหน่งนิติกร ๔ เจ้าพนักงานบังคับคดี

กองแพ่ง๒ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม

พ.ศ.๒๕๒๘-๒๕๓๐            รับราชการในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่จัดผลประโยชน์

กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง

พ.ศ.๒๕๒๔-๒๕๒๘   ประกอบวิชาชีพทนายความ

 

รางวัลและการดูงาน

พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการบริหาร สำนักงานบังคับคดีจังหวัดอ่างทองดีเด่น

พ.ศ. ๒๕๔๗ ดูงานเรื่อง “การบังคับคดี” ประเทศสิงคโปร์

5
Home. 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. 21. 22. 23. 24. 25.
26. 27. 28. 29. 30. 31. 32. 33. 34. 35. 36. 37. 38. 39. 40. 41. 42. 43. 44. 45. 46. 47. 48. 49. 50.
51. 52. 53. 54. 55. 56. 57. 58. 59. 60. 61. 62. 63. 64. 65. 66. 67. 68. 69. 70. 71. 72. 73. 74. 75.
76. 77. 78. 79. 80. 81. 82. 83. 84. 85. 86. 87. 88. 89. 90. 91. 92. 93. 94. 95. 96. 97. 98. 99.......